เมื่อประวัติศาสตร์ถูกพลิกโฉมจนกลายเป็นตำนานแฟนตาซีข้ามภพ ‘โนบุนางะ เดอะ ฟูล’ (Nobunaga the Fool) คือหนึ่งในผลงานที่กล้าบ้าบิ่นที่สุดในวงการอนิเมะญี่ปุ่น ด้วยการนำเอาบุคคลสำคัญระดับโลกอย่าง โอดะ โนบุนางะ, โจนออฟอาร์ค, เลโอนาร์โด ดา วินชี และจูเลียส ซีซาร์ มาโลดแล่นอยู่ในจักรวาลคู่ขนานที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ยักษ์ ดาบพลังงาน และพลังแห่งมังกร ซีรีส์ปี 2014 เรื่องนี้ถึงแม้คะแนนเฉลี่ยจะไม่สูงนัก แต่ก็มีเสน่ห์และความน่าจดจำในแบบของมันเอง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
โลกใน ‘โนบุนางะ เดอะ ฟูล’ ถูกแบ่งออกเป็นสองดวงดาว คือ ตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยเส้นใยพลังแห่งมังกรที่เรียกว่า ‘ดราก้อนพัลส์’ ณ ดาวตะวันตก โจนออฟอาร์ค (รับบทโดย โยโกะ ฮิคาสะ) ถูกตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีตเพราะนิมิตที่เธอเห็นเกี่ยวกับผู้กอบกู้ที่จะช่วยโลกทั้งสองจากสงครามที่ไร้จุดหมาย ด้วยคำสั่งของกษัตริย์อาเธอร์ โจนจึงเดินทางไปยังดาวตะวันออกพร้อมกับ เลโอนาร์โด ดา วินชี (โทโมคาสึ ซุกิตะ) เพื่อตามหาผู้กอบกู้ที่เธอฝันถึง นั่นคือ โอดะ โนบุนางะ (มาโมรุ มิยาโนะ) ชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานและเต็มไปด้วยพลังที่ไม่อาจคาดเดา
ซีรีส์ดำเนินเรื่องผ่านการผจญภัยของโนบุนางะและผองเพื่อน ในการต่อสู้กับกองทัพจักรวรรดิที่คุกคามสันติภาพของทั้งสองดาว ด้วยความช่วยเหลือจากยานรบขนาดยักษ์ที่เรียกว่า ‘เทนชู’ และอาวุธล้ำสมัยจากยุคเรอเนซองส์ของดา วินชี เรื่องราวเต็มไปด้วยการหักหลัง มิตรภาพ และการค้นหาชะตากรรมของตนเอง โดยมีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์โลกที่ถูกดัดแปลงอย่างอิสระ
งานการแสดงและตัวละคร
หนึ่งในจุดแข็งของซีรีส์คือการพากย์เสียงที่เต็มไปด้วยพลังจากเหล่านักพากย์ชั้นนำ มาโมรุ มิยาโนะ ถ่ายทอดความบ้าคลั่งและทะเยอทะยานของโนบุนางะได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่ ทาคาฮิโระ ซากุไร ให้เสียงอาเคจิ มิตสึฮิเดะที่สุขุมและลึกลับ โยโกะ ฮิคาสะก็ทำให้โจนออฟอาร์คดูอ่อนแอแต่แกร่งกล้าในเวลาเดียวกัน ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกชัดเจน แม้บางครั้งจะรู้สึกโอเวอร์เกินไป แต่ก็น่าจดจำ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตัวละครในซีรีส์นี้ค่อนข้างเร่งรีบ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักอย่างโนบุนางะและโจนถูกสร้างมาอย่างรวดเร็วจนขาดอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ขณะที่ตัวละครรองอย่างโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (ยูกิ คาจิ) กลับมีบทบาทไม่มากพอที่จะสร้างความประทับใจ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
‘โนบุนางะ เดอะ ฟูล’ ถูกผลิตโดยสตูดิโอ Satelight ซึ่งมีผลงานด้านแอนิเมชั่นผสมผสาน 2D และ 3D มาอย่างชำนาญ การออกแบบโลกคู่ขนานที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณกับเทคโนโลยีล้ำยุคทำได้น่าสนใจ ฉากต่อสู้กับหุ่นยนต์ยักษ์ตื่นเต้นเร้าใจ แม้บางจุดแอนิเมชั่นจะลดคุณภาพลงบ้างเนื่องจากงบประมาณ
ดนตรีประกอบโดย Yasunori Iwasaki และ Tatsuya Kato สร้างบรรยากาศที่เข้ากับธีมประวัติศาสตร์แฟนตาซีได้ดี เพลงเปิด ‘Fool the World’ และเพลงปิด ‘Resurrection’ มีพลังและติดหู ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
‘โนบุนางะ เดอะ ฟูล’ เป็นซีรีส์ที่กล้าทดลองและเล่นกับประวัติศาสตร์อย่างอิสระ ซึ่งอาจเป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยในเวลาเดียวกัน การนำบุคคลในประวัติศาสตร์จากยุคสมัยและวัฒนธรรมต่าง ๆ มาพบกันในโลกแฟนตาซีเป็นไอเดียที่สร้างสรรค์ แต่การดำเนินเรื่องที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะอาจทำให้ผู้ชมทั่วไปสับสนได้ง่าย
อีกประเด็นคือการเล่าเรื่องที่พยายามครอบคลุมหลายแกนพร้อมกัน ทั้งสงครามระหว่างโลก ความรักของตัวละครหลัก และปริศนาเกี่ยวกับดราก้อนพัลส์ ทำให้เนื้อหาดูรวบรัดและไม่ลงตัว โดยเฉพาะในช่วงท้ายที่เร่งรีบเกินไป อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชื่นชอบการตีความประวัติศาสตร์แบบสุดโต่งและแอ็คชั่นหุ่นยนต์ ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน
สรุป
‘โนบุนางะ เดอะ ฟูล’ เป็นอนิเมะที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการตีความประวัติศาสตร์แบบแฟนตาซีและแอ็คชั่นหุ่นยนต์ แม้เนื้อหาจะเร่งรีบและซับซ้อน แต่ก็มีความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์ที่ควรค่าแก่การรับชม หากคุณพร้อมที่จะเปิดใจรับโลกที่ประวัติศาสตร์ถูกพลิกกลับด้าน ลองให้โอกาสเรื่องนี้ดู
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แนวคิดผสมผสานประวัติศาสตร์และแฟนตาซีอย่างกล้าหาญ
- +นักพากย์ชั้นนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีเยี่ยม
- +เพลงประกอบเพราะและเข้ากับบรรยากาศ
- +ฉากต่อสู้หุ่นยนต์ยักษ์ตื่นเต้นเร้าใจ
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องซับซ้อนและเร่งรีบเกินไป
- −การพัฒนาตัวละครไม่ลึกซึ้งพอ
- −แอนิเมชั่นบางช่วงมีคุณภาพต่ำ
- −ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบการตีความประวัติศาสตร์แบบผิดเพี้ยน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์มีทั้งหมด 24 ตอน ฉายครั้งแรกในปี 2014
ใช้ชื่อและบุคลิกของบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่เนื้อเรื่องเป็นแฟนตาซีที่ดัดแปลงอย่างอิสระ ไม่ควรเทียบกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
ไม่มีภาคต่อโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ 'The Fool' ที่มีสื่ออื่นๆ เช่น เกมและมังงะ
ถ้าชอบแนวประวัติศาสตร์แฟนตาซี แนะนำ 'Drifters' หรือ 'Sengoku Basara' ที่มีสไตล์คล้ายกัน