หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์ Vikings ต้นฉบับที่สร้างชื่อให้ History Channel คุณจะต้องตื่นเต้นกับ Vikings: Valhalla ภาคต่อที่พาเราข้ามเวลามาอีกร้อยปี พบกับนักรบและนักสำรวจในตำนานอย่าง Leif Eriksson, Freydis Eriksdotter และ Harald Sigurdsson ที่ต้องเผชิญทั้งการเมือง ศาสนา และสงครามแย่งชิงอำนาจ
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Vikings: Valhalla เริ่มต้นในศตวรรษที่ 11 ณ เมือง Kattegat ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์คริสเตียนที่พยายามกำจัดความเชื่อนอกรีตของชาวไวกิ้ง เรื่องราวติดตามสามตัวละครหลัก: Leif Eriksson (Sam Corlett) นักสำรวจผู้ชาญฉลาด Freydis Eriksdotter (Frida Gustavsson) นักรบหญิงผู้ศรัทธาในเทพเจ้าเก่า และ Harald Sigurdsson (Leo Suter) เจ้าชายผู้ทะเยอทะยานที่ต้องการ reclaim บัลลังก์แห่งนอร์เวย์
สามคนนี้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งการทรยศ การต่อสู้ และการเมืองที่ซับซ้อนระหว่างอาณาจักรนอร์สกับอังกฤษ โดยมีตัวละครสำคัญอย่าง Earl Godwin (David Oakes) และ Emma of Normandy (Laura Berlin) เป็นหมากสำคัญในเกมบัลลังก์ ซีรีส์ดำเนินเรื่องเข้มข้นตั้งแต่ตอนแรก จนถึงตอนจบของซีซัน 3 ที่ทิ้งปมให้ลุ้นต่อ
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำทุกคนทำได้ยอดเยี่ยม Sam Corlett ถ่ายทอด Leif Eriksson ได้อย่างมีเสน่ห์ ทั้งความสุขุมและความกล้าหาญ ขณะที่ Frida Gustavsson สวมบท Freydis ได้ทรงพลัง เธอถ่ายทอดความเจ็บปวดและความแข็งแกร่งได้อย่างน่าเชื่อถือ Leo Suter ก็โดดเด่นในบท Harald ที่ทั้งทะเยอทะยานและเปราะบาง
นักแสดงสมทบก็ไม่เป็นรอง David Oakes ในบท Earl Godwin เจ้าเล่ห์และมีเลเยอร์ Laura Berlin แสดง Emma of Normandy ได้สง่างามและแยบยล ส่วน Jóhannes Haukur Jóhannesson ในบท Olaf Haraldson ก็น่ากลัวสมเป็นตัวร้าย เคมีระหว่างตัวละครเข้ากันดี ทำให้คนดูอินตาม
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานสร้างของ Vikings: Valhalla ยังคงมาตรฐานเดิมจากซีรีส์แม่ โดยเฉพาะภาพถ่ายที่สวยงามทั้งฉากธรรมชาติในสแกนดิเนเวียและฉากสงครามที่สมจริง การใช้สีโทนหม่นและมุมกล้องที่ดุดันช่วยเพิ่มอารมณ์ร่วม ดนตรีประกอบโดย Trevor Morris ยังคงไพเราะและเข้ากับบรรยากาศ ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่องได้ดี
ฉากแอ็กชันถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการต่อสู้ด้วยดาบ ขวาน และการบุกเรือยาว รู้สึกสมจริงและตื่นเต้นเร้าใจ ซีรีส์ทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ดูแล้วไม่ผิดหวัง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่า Vikings: Valhalla เป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จในการสานต่อตำนานเดิม โดยปรับโทนให้ทันสมัยขึ้นและเน้นการเมืองระหว่างศาสนาคริสต์กับความเชื่อนอกรีตมากขึ้น ซีรีส์ตั้งคำถามถึงความศรัทธา อำนาจ และการเสียสละ ซึ่งเป็นประเด็นที่ร่วมสมัย แม้บางช่วงจะรู้สึกเร่งรีบไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วยังคงรักษาความเข้มข้นและความบันเทิงไว้ได้
จุดเด่นคือการสร้างตัวละครที่มีมิติ ไม่มีฝ่ายไหนถูกหรือผิดชัดเจน ทำให้คนดูตั้งคำถามและคิดตาม การดำเนินเรื่องมีทั้งดราม่า แอ็กชัน และการหักมุมที่ชวนติดตาม แม้ซีซัน 3 จะมีตอนน้อยลง แต่ก็กระชับและไม่ยืดเยื้อ
สรุป
Vikings: Valhalla คือซีรีส์ที่แฟนแนวประวัติศาสตร์และแอ็กชันไม่ควรพลาด ด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยม งานสร้างระดับพรีเมียม และเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม แม้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่าแก่การดู เหมาะกับทุกคนที่ชอบมหากาพย์การต่อสู้และการเมือง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงเยี่ยม โดยเฉพาะ Frida Gustavsson และ Sam Corlett
- +ภาพสวย งานสร้างระดับพรีเมียม
- +เนื้อเรื่องเข้มข้น มีการเมืองและดราม่าที่น่าติดตาม
👎 จุดด้อย
- −บางช่วงดำเนินเรื่องเร็วทำให้ตัวละครบางตัวพัฒนาไม่เต็มที่
- −แฟนซีรีส์เดิมอาจคิดถึงโทนดิบกว่าเดิม
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น 100 ปีให้หลัง มีตัวละครและเนื้อเรื่องใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าดูภาคแรกจะเข้าใจบริบทและ easter eggs มากขึ้น
ปัจจุบันมี 3 ซีซัน รวม 24 ตอน โดยซีซัน 3 เป็นซีซันสุดท้ายที่ออกอากาศในปี 2024
ตัวละครหลักอย่าง Leif Eriksson, Freydis Eriksdotter และ Harald Sigurdsson มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ถูกแต่งเติมเพื่อความบันเทิง
ไม่น่าเบื่อ ซีรีส์มีทั้งแอ็กชัน ดราม่า และการเมืองที่เข้มข้นตลอดทั้ง 3 ซีซัน เหมาะกับคนที่ชอบแนวประวัติศาสตร์-สงคราม